Monday, August 3, 2015

การดูแลสุขภาพสุนัขในแต่ละสภาพอากาศ

มาดูสิ่งที่ควรเน้นดูแลน้องหมาในสภาพอากาศต่างๆ

     สัปดาห์ก่อนปังปอนด์ได้แนะนำการปรับตัวให้น้องหมาเมื่อต้องย้ายมาอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศกันไปแล้ว คราวนี้ปังปอนด์ก็จะพาเพื่อน ๆ มาดูวิธีการดูแลสุนัขภาพน้องหมาในแต่ละสภาพอากาศในต่างประเทศกันค่ะ ว่าเราจะต้องดูแลน้องหมาและรับมือกับสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ ...

สภาพอากาศร้อน

      ในหน้าร้อนของประเทศในแถบยุโรป เช่น อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส นอร์เวย์ ฯลฯ ส่วนมากมักจะมีอุณหภูมิหนาวเย็นกว่าหน้าหนาวของประเทศไทยเรา แต่สำหรับฝั่งเอเชียก็จะมีสภาพอากาศร้อนชื้นใกล้เคียงกับประเทศไทยเรา ผู้เลี้ยงจึงต้องดูแลน้องหมาในหน้าร้อนอย่างใกล้ชิด โดยเน้นดูแลเรื่องอาหาร และช่วงเวลาการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมา โดยอาหารที่มอบให้กับน้องหมาในหน้าร้อนควรเป็นอาหารที่สดใหม่ หรือปรุงสุกทุกมื้อ ไม่ควรทิ้งอาหารไว้ข้ามคืน เพื่อป้องกันโรคทางเดินอาหาร เพราะในหน้าร้อนมักมีโอกาสเสี่ยงที่อาหารของน้องหมาจะบูดได้ง่ายกว่าปกติ เมื่อน้องหมากินอาหารบูดเข้าไปก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้น้องหมาท้องเสียได้ แนะนำว่า ควรเปลี่ยนน้ำดื่มให้น้องหมาเช้าเย็น และหมั่นเติมน้ำให้น้องหมาบ่อย ๆ ในวันที่มีสภาพอากาศร้อนจัดเพื่อป้องกันน้องหมาขาดน้ำ เรียนรู้ข้อควรระวังในการคลายร้อนให้น้องหมาเพิ่มเติมที่บทความ ข้อควรระวังในการคลายร้อนให้น้องหมา ...

      ส่วนการพาน้องหมาไปออกกำลังกายในช่วงหน้าร้อน ถือเป็นนาทีทองที่ผู้เลี้ยงพลาดไม่ได้เลยล่ะค่ะ เพราะในช่วงหน้าร้อนของต่างประเทศเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนรอคอย สภาพอากาศจะอบอุ่น ไม่ร้อนจัด ผู้คนมักจะออกมานั่งอาบแดด และพาน้องหมาของตัวเองมาวิ่งออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยผู้เลี้ยงควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพาน้องหมาไปออกกำลังกายคือ ช่วงเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้วแต่แดดยังไม่แรง หรืออาจจะเป็นตอนเย็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ที่ถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายค่ะ

     แต่ในบางวันที่มีสภาพอากาศร้อนจัด ผู้เลี้ยงก็ควรระวังและไม่ควรให้น้องหมาออกกำลังกายเป็นเวลานาน ๆ เพราะน้องหมาอาจเป็นโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) และควรระมัดระวังตรวจดูเท้าของน้องหมาอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงที่เท้าของน้องหมาจะเกิดแผลพุพองที่เกิดจากการเดินบนพื้นปูนซีเมนต์ หรือเดินบนยางมะตอยร้อน ๆ ตามสวนสาธารณะเนื่องจากอาการร้อนจัดด้วยค่ะ 

      สำหรับเรื่องการอาบน้ำน้องหมาในช่วงหน้าร้อน ผู้เลี้ยงควรลดความถี่ในการอาบน้ำให้น้องหมาลงเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะการอาบน้ำให้น้องหมาบ่อย ๆ จะทำลายไขมันที่ร่างกายน้องหมาผลิตออกมาเคลือบผิวหนังและเส้นขน ส่งผลทำให้ผิวหนังและเส้นขนหยาบ แห้ง ขาดความเงางาม ก่อให้เกิดอาการคันในน้องหมาบางตัว และอาจส่งผลให้น้องหมาเป็นโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งถ้าหากมีอาการรุนแรงผิวหนังก็จะสามารถติดเชื้อได้ โดยเฉพาะในหน้าร้อน หากผิวหนังและเส้นขนของน้องหมาขาดน้ำมันมาเคลือบ ก็อาจจะยิ่งทำให้ผิวหนังของน้องหมาบอบบางยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

สภาพอากาศเปียกชื้นฝนตก

     สำหรับในต่างประเทศอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี หรือฝั่งตะวันตกอย่าง ประเทศอังกฤษ ผู้เลี้ยงจะไม่สามารถคาดเดาสภาพอากาศในแต่ละวันได้เลยว่า วันไหนจะมีแดดออก หรือฝนตก ฉะนั้น ทางที่ดีผู้เลี้ยงก็ควรติดตามข่าวพยากรณ์อากาศในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด เพื่อที่ผู้เลี้ยงจะได้ทราบ และเตรียมวางแผนโปรแกรมการพาน้องหมาไปออกกำลังกายได้อย่างสบายใจกันด้วยนะคะ

     ในช่วงหน้าฝน หรือในช่วงที่ฝนตกบ่อย ๆ ผู้เลี้ยงจะต้องเน้นดูแลในเรื่องสุขภาพขนของน้องหมาเป็นพิเศษ เพราะในช่วงนี้มักพบปัญหาโรคผิวหนังที่เกิดจากความอับชื้นส่งผลทำให้น้องหมามีกลิ่นตัวแรงมากกว่าปกติ และอีกปัญหาใหญ่ที่มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝนคือ การเกิดคราบเหลืองตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ บนร่างกายของน้องหมา เช่น อุ้งเท้า ใต้ทอง รอบปาก ลำตัว หลังหู ก้นและหาง ที่เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ วิธีการเลี้ยงการดูแล ความอับชื้น ได้รับสิ่งแปลกปลอม เกิดอาการแพ้ หรือเกิดจากความซนของน้องหมาที่มักจะชอบวิ่งเล่น เล่นน้ำ ขุดดิน มุดต้นไม้ จึงทำให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ เกาะตามตัวน้องหมา ยิ่งถ้าหากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ทำความสะอาดร่างกายในทันที สิ่งสกปรกเหล่านี้จะถูกสะสมและก่อตัวเกิดเป็นคราบเหลืองค่ะ

     โดยมากเรามักพบปัญหาคราบเหลืองในน้องหมาขนยาว ที่มีขนสีขาว สีครีม ที่สามารถเกิดคราบเหลืองได้ง่ายกว่าน้องหมาที่มีขนสั้น และมีสีขนเข้ม เช่น สีน้ำตาล สีช็อคโกแล็ต สีดำ แต่ก็ใช่ว่าน้องหมาที่มีสีขนเข้มจะไม่เกิดคราบเหลือง เพียงแต่เราจะมองเห็นไม่ชัดเจนเท่าน้องหมาที่มีสีขนอ่อน ซึ่งผู้เลี้ยงก็ต้องดูแลทำความสะอาดทั้งน้องหมาที่มีขนสีขาว สีครีม และน้องหมาที่มีขนสีเข้มเช่นเดียวกัน โดยวิธีป้องกันการเกิดคราบเหลือง และปัญหากลิ่นตัวที่ง่ายที่สุดมี 6 ขั้นตอนคือ 

    1.ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดคราบเหลืองเป็นประจำทุกวันในช่วงที่ฝนตกบ่อย ๆ หลังจากการเช็ด ผู้เลี้ยงควรใช้ผ้าแห้งเช็ดอย่างเบามือซ้ำอีกครั้งจนขนแห้ง หรืออาจจะทาทับด้วยแป้ง หรือ eye powder เพื่อไม่ให้ขนเกิดการอับชื้น ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อยีสต์ค่ะ

    2.น้ำดื่มสะอาด ถ้าหากผู้เลี้ยงให้น้องหมากินน้ำในชามอยู่ ก็ควรเปลี่ยนเป็นที่ให้น้ำแบบขวดแขวนจะดีกว่า เพราะว่า Fa Hi Wo Fi Wo 15 Wo So Bo Wh Wh Kn Fa Me Le Ho Wa Bu Wh Bo Wo ขนบริเวณปากน้องหมาจะได้ไม่สัมผัสกับน้ำโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดการเกิดความอับชื้นได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะกับน้องหมาที่มีขนสีขาวหรือสีอ่อน เช่น มอลทีส พูเดิ้ล ปอมเมอเรเนียน ฯลฯ ที่ขนมักจะเลอะและจับตัวเป็นก้อนได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำค่ะ

    3.ตัดขน ในช่วงหน้าฝนผู้เลี้ยงควรพาน้องหมาไปตัดขนบางส่วนตามจุดสำคัญต่าง ๆ ตามร่างกาย โดยเฉพาะขนบริเวณใต้ท้อง (ในน้องหมาตัวผู้) และอุ้งเท้าที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดความอับชื้น การเกิดคราบเหลืองและสังกะตังค่ะ

    4.หลีกเลี่ยงความเปียกชื้น ผู้เลี้ยงต้องคอยระวังเรื่องความสะอาดและความเปียกชื้น โดยอย่าปล่อยให้ขนของน้องหมาเปียกชื้นเป็นเวลานาน ๆ เมื่อพบว่าเขาไปวิ่งตากฝนจนตัวเปียก หรือรู้สึกว่าขนของน้องหมาเริ่มชื้น ให้รีบหาผ้ามาเช็ดให้ขนหมาด จากนั้นเอาไดร์เป่าขนให้แห้ง และควรสังเกตด้วยว่าผิวหนังของน้องหมามีตุ่มคันหรือไม่ มีอาการคันผิดปกติ หรือมีอาหารสะบัดหูบ่อย ๆ หรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรจะรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของอาการดังกล่าวด้วยนะคะ

    5.ให้อาหารสำเร็จรูปแบบเม็ด โดยเฉพาะกับ ผู้เลี้ยงควรเลือกให้อาหารเม็ดแบบกับน้องหมาขนสีขาวที่มีขนบริเวณปากยาว เพราะอาหารเม็ดจะไม่ทิ้งเศษอาหารไว้ที่บริเวณรอบปากของน้องหมา ซึ่งจะช่วยลดการเกิดคราบเหลืองได้ดี รวมถึงอาหารแบบเม็ดยังมีขอดีคือช่วยขัดฟันน้องหมาไม่ให้เกิดคราบหินปูน ช่วยให้น้องหมามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีอีกด้วยค่ะ

    6.สวมเสื้อและรองเท้ากันฝนให้น้องหมา ในช่วงที่ฝนตกบ่อย ๆ ผู้เลี้ยงควรหาซื้อเสื้อและรองเท้ากันฝนที่ผลิตจากพลาสติกหรือยางมาให้น้องหมาสวมใส่ เพื่อป้องกันขนน้องหมาไม่ให้สัมผัสโดนกับน้ำฝน ซึ่งจะช่วยป้องกันและลดการเกิดคราบเหลืองในน้องหมาได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ (อ่านเพิ่มเติม บทความจัดการคราบเหลืองตามตัวน้องหมาให้อยู่หมัด)

สภาพอากาศหนาวเย็น

     ในหน้าหนาว ผู้เลี้ยงจะต้องเน้นดูแลเรื่องการออกกำลังกายและความอบอุ่นให้น้องหมาเพราะหน้าหนาวในต่างประเทศ ส่วนมากมักจะมีสภาพอากาศหนาวเย็นจนถึงขั้นติดลบจนมีหิมะ เสื้อผ้าสำหรับน้องหมา จึงถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับน้องหมาที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะกับน้องหมาพันธุ์เล็กที่มีขนสั้นที่มักจะขี้หนาว ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้จากน้องหมาจะมีอาการตัวสั่น หูเย็น อุ้งเท้าเย็น ฯ โดยผู้เลี้ยงควรเลือกเสื้อผ้าที่มีความหนา และมีคุณสมบัติทนความหนาวเย็นได้ ซึ่งแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องหมาที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศคือ เสื้อที่ถูกออกแบบให้บริเวณคอเป็นทรงสูง เช่น เสื้อคอเต่า หรือเสื้อที่สามารถคลุมตั้งแต่โคนหางจนถึงลำคอของน้องหมา และนอกจากนี้ผู้เลี้ยงอาจจะหาถุงเท้ามาให้น้องหมาสายพันธุ์เล็ก หรือน้องหมาเด็กสวมใส่เพราะพื้นภายในบ้านมักจะมีความเย็น เพื่อช่วยให้กักเก็บอุณหภูมิความร้อนในร่างกายน้องหมา และช่วยปกป้องเท้าของน้องหมาจากสิ่งสกปรก สารเคมีต่าง ๆ ภายในบ้านกันด้วยนะคะ

     สำหรับเรื่องการให้อาหารน้องหมาก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ผู้เลี้ยงควรเลือกอาหารที่มีคุณค่ากับน้องหมา โดยควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงคุณภาพดี เพื่อช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นและช่วยเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกาย โดยผู้เลี้ยงควรเลือกเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของน้องหมาจะดีที่สุดเพราะอาหารเม็ดสำเร็จรูปมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสมดุลเหมาะสมกับช่วงวัยเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโต  พัฒนาสมองและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย  และอาจจะเสริมด้วยวิตามิน น้ำมันปลา กล้วย ที่จะช่วยให้น้องหมามีผิวหนังชุ่มชื้น ขนสวย ไม่หลุดร่วงง่าย โดยเฉพาะกับน้องหมาสายพันธุ์ที่มักจะพบปัญหาผิวหนังและขนร่วงในจำนวนมาก

     และหากผู้เลี้ยงจะทำอาหารปรุงสุกให้น้องหมากินเอง ก็ควรควบคุมน้ำหนักของน้องหมาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอยู่เสมอและเลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดีมาประกอบอาหาร เช่น อกไก่ เนื้อหมู ฯ โดยเราต้องคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมในแต่ละมื้อให้น้องหมา ด้วย โปรแกรมการคำนวณหาปริมาณอาหารที่เหมาะสมต่อวันของสุนัข ด้วยนะคะ  

    นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงยังต้องหมั่นพาน้องหมาไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเผาผลาญพลังงานไม่ให้เกิดไขมันสะสม หรือเป็นโรคอ้วนได้ Nu Wo Ho To Gu Al Se Ho Go Se Al Hi Ac Fi Fl Sh St Fa Hi Ho Br Wh My Hi  เพราะสภาพอากาศที่หนาวเย็นในต่างประเทศมักจะส่งผลให้น้องหมาขี้เกียจ เอาแต่นอนหลบความหนาวเย็นอยู่ภายในบ้าน  ซึ่งสาเหตุที่น้องหมาชอบนอนนิ่ง ๆ ไม่เคลื่อนที่ก็เป็นเพราะสภาพอากาศร้อน ทำให้ร่างกายน้องหมาอ่อนเพลีย การเดินมาก ๆ หรือการเคลื่อนไหวจึงทำให้น้องหมาสูญเสียพลังงานและทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น น้องหมาจึงเลือกที่จะนอนเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายเอาไว้  ผู้เลี้ยงจึงต้องจัดตารางการออกกำลังกายให้น้องหมาและทำตามอย่างเคร่งครัด โดยอาจจะขอคำปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อจัดตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับน้อหมาแต่ละตัวจะดีที่สุด

    สำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาพันธุ์เล็กควรเป็นการออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น พาไปเดินหรือวิ่งเล่นตามสวนสาธารณะโดยให้น้องหมาอยู่ในสายจูงทุกครั้ง ใช้เพียงแค่ 10- 15 นาที แล้วพัก 5-10 นาที จากนั้นให้กลับมาออกกำลังกายใหม่ หรืออาจจะสังเกตดูจากอาการหอบของน้องหมาที่จะแสดงออกมาตอนเหนื่อยก็ได้ค่ะ อาจจะหากิจกรรมอื่น ๆ เช่น เล่นเกมส์ฝึกสมอง โยนลูกบอล ดึงเชือก เพื่อกระตุ้นให้น้องหมาได้ออกกำลังกายทั้งร่างกายและสมองที่จะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนในน้องหมาพันธุ์ใหญ่ผู้เลี้ยงอาจจะเพิ่มเวลาการออกกำลังกายเป็น 30-40 นาที รับรองว่า น้องหมาจะสามารถผ่านหน้าหนาวไปได้แบบชิลล์ ๆ เลยล่ะจ้า

     เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับการดูแลน้องหมาในแต่ละสภาพอากาศ เพียงแค่เรารู้จักระมัดระวังและดูแลสุขภาพน้องหมาให้ถูกจุด น้องหมาก็จะมีร่างกายแข็งแรงปราศจากโรภภัยกันแล้วล่ะค่ะ

No comments:

Post a Comment